ลักษณะเล็บที่เปลี่ยนไป บอกอะไรคุณได้บ้าง

Home » health news » ลักษณะเล็บที่เปลี่ยนไป บอกอะไรคุณได้บ้าง
health news No Comments

เล็บมือของคนเราสามารถบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับตัวตนผู้เป็นเจ้าของได้หลายอย่าง เช่น ดูเล็บมือก็อาจรู้ว่าคุณทำงานลักษณะไหน รายได้เป็นอย่างไร หรือแม้แต่งานอดิเรกของคุณน่าจะเป็นอะไร แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เล็บจะบ่งชี้ได้ก็คือสุขภาพร่างกายของคุณ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณควรดูแลเอาใจใส่เล็บของคุณอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยปละละเลยจนอาจก่อให้เกิดปัญหา เพราะนอกจากสำคัญกับเรื่องสุขภาพแล้ว เล็บยังทำให้คุณดูมีบุคลิกภาพดีอีกด้วย

1. เล็บหนา ผิวเล็บร่อนเปราะ อาจมีสาเหตุมาจากเชื้อราซึ่งเกิดเพราะความอับชื้น แล้วคุณไม่ได้รักษาความสะอาดดีพอ ปัญหานี้มักจะเกิดกับนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หากปล่อยทิ้งไว้ เล็บคุณอาจหักกร่อนและเสียมากขึ้น จนถึงขั้นไม่มีการงอกใหม่ คุณควรไปพบแพทย์โรคผิวหนัง ซึ่งสามารถแนะนำและรักษาได้อย่างถูกวิธี
2. เล็บมีสีดำคล้ำผิดไปจากสีเล็บปกติ อาจเกิดจากการที่เล็บของคุณไปกระทบกระแทกกับสิ่งใดแรงๆ และหากบริเวณปลายนิ้วมีอาการบวมเป่งด้วย อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบไปพบแพทย์โรคผิวหนัง และที่สำคัญอย่าแคะเขี่ยเพื่อให้อาการบวมเป่งนั้นยุบแฟบ เพราะหากนิ้วและเล็บคุณเป็นแผล อาจเกิดการติดเชื้อลุกลามได้
3. เล็บเปลี่ยนเป็นสีต่างจากสีเล็บปกติ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง น้ำเงิน เหลือง น้ำตาล หรือสีอื่นใดที่ผิดจากสีเล็บปกติโดยที่ไม่ได้เกิดจากการกระทบกระแทกหรือเสียดสีใดๆ ให้คิดก่อนว่านั่นอาจหมายถึงเล็บของคุณเกิดการติดเชื้อ ควรไปพบแพทย์โรคผิวหนังเพื่อรับการตรวจรักษา
4. เกิดร่องระหว่างเล็บกับผิวหนังและเล็บมีเส้นสีขาว อาการลักษณะนี้มักจะเกิดในแนวขวางหรือแนวนอนของเล็บ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นผลจากอาการเจ็บป่วยอื่นๆของร่างกาย หรือเป็นผลที่เกิดหลังจากการผ่าตัด ลักษณะดังกล่าวนี้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
5. เล็บเป็นจุดกระขาวๆ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เล็บลักษณะนี้ไม่มีอันตรายใดๆกับสุขภาพ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการเสียดสีหรือกระทบกระแทกกับสิ่งใดๆ สามารถหายได้เองในไม่ช้า
6. มีเส้นสีน้ำตาลหรือเส้นสีแดงบนเล็บ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นอันตราย สาเหตุมักจะเกิดจากการเสียดสีหรือกระทบกระแทก ซึ่งจะหายไปในไม่ช้า แต่หากไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ลักษณะนี้อาจบ่งชี้ว่าเล็บของคุณเกิดการติดเชื้อได้เหมือนกัน (เหมือนข้อ ๓) ควรไปพบแพทย์โรคผิวหนังเป็นดีที่สุด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth